การพัฒนาเกมรุ่นใหม่ ๆ ใน Smart Phone ทั้งอดีตจนถึงปัจจุบัน

ถึงจะมีเครื่องเกม Next Gen รุ่นใหม่อย่าง PS 4  ออกมาบ้าง แต่กว่าเครื่องจะออกคงกินเวลาไปพอสมควรกว่าจะวางจำหน่าย แล้วด้านฝั่ง PC เกมก็แทบจะไม่กินสเป็คเพิ่มขึ้นในช่วงหลายปีที่ผ่านมา เพราะกลุ่มผู้เล่นก็ซื้อฮาร์ดแวร์ตามไม่ทันเช่นกัน ส่วนเกมเล่นผ่านเว็บไซต์ก็พัฒนาคุณภาพตามมาเรื่อยๆ สามารถรันภาพ 3D สมจริงได้มากขึ้น แต่ยังติดข้อจำกัดหลายด้านอยู่ทำให้แทนที่เกม Client ไม่ได้เต็มที่ มือถือและแท็บเล็ตมีการพัฒนาประสิทธิภาพฮาร์ดแวร์ให้สูงขึ้นแทบจะทุกปี ซึ่งเห็นความแตกต่างได้ชัดเจนขึ้นเรื่อยๆ อีกทั้งยังกลายเป็นอุปกรณ์ในชีวิตประจำวันของวัยรุ่นและคนวัยทำงานส่วนใหญ่ ทำให้อาจจะมาแทนที่ฮาร์ดแวร์ในอนาคตอันใกล้ได้ง่ายด้วย มาดูกันดีกว่าว่าในช่วงหลายปีที่ผ่านมานี้ เกม PC Console มีความแตกต่างที่ลดลงขนาดไหน

ยุคสมัย Nokia เพิ่งเริ่มมีเกมงู เทียบได้ กับเครื่อง Commodore VIC-20 เมื่อ 17 ปีก่อนหรือในปี 1980ยังเทียบกับเกม Console หรือ PC ที่มีสีสันในช่วงหลายปีก่อนหน้านั้นไม่ได้ ในปีนี้เป็นยุคที่มือถือเริ่มมีสี อย่าง Nokia 7650 ด้วยสีระดับ 8 Bit ส่วนเกมไม่ได้ต่างจากเดิมนัก ในขณะเดียวกันด้าน PS 2 ไปไกลถึงระดับ 3D ภาพสวยๆ ในปีเดียวกัน อย่าง Metal Gear Solid 2 แล้ว ไม่เห็นโอกาสที่จะตามได้ทันเลย ก้าวสู่ยุคสมัยใหม่ เริ่มมีการใช้ Smart Phone ภาพแบบ 16 Bit ปรากฏบนจอมือถือได้แล้ว แต่เมื่อเทียบภาพจากเกม Sonic ยังพบว่าเทคโนโลยีห่างกันถึง 15 ปีอยู่ และ Smart Phone ยังถูกมองว่าเป็นเรื่องเกินความจำเป็นในชีวิต Smart Phone เริ่มพัฒนาอย่างรวดเร็วแบบเห็นได้ชัด เกม 3D เริ่มเข้ามามีบทบาท ถึงภาพจะยังดูไม่สวยงามกว่า 2 ปีก่อนนัก แต่ก็เทียบได้กับเกมยุค Arcade ในปี 1995 ย่นระยะห่างระหว่างเทคโนโลยีเหลือ 12 ปี ช่วงมือถือ iPhone 3GS กำลังบูม ภาพที่เก็บรายละเอียดได้สูงกว่า N64 ปรากฏบนมือถือ แต่ยังไม่ถึงกับ PS 2 น่าจะเทียบได้กับเครื่อง Dreamcast เทียบปีของเกม Rayman ระหว่าง Dreamcast กับในมือถือ ถ้าคิดว่าภาพระดับพอๆ กันน่าจะห่างเพียง 10 ปีเท่านั้น เกมบนคอนโซลและ PC เริ่มลงมือถือมากขึ้น เห็นความใกล้เคียงกันมากยิ่งขึ้น ถึงภาพจะยังไม่เนียบเท่าแต่ก็มีบางอย่างที่ทำให้คิดว่า อีกไม่กี่ปีคงจะเพิ่มรายละเอียดภาพให้เท่าเทียมกันได้ แต่ด้วยขนาดจอมือถือ 4 – 5 นิ้ว หรือแท็ปเล็ต 7 – 10 นิ้วที่มีขนาดเล็กกว่าจอทีวี เรื่องภาพแตกบ้างหรือหยาบกว่าคงไม่ใช่ปัญหาใหญ่

ข้อดีข้อเสียของระบบมือถือ

ในปัจจุบันเป็นที่เราทราบกันดีว่าระบบปฏิบัติการที่เรารู้จักกันทุกวันนี้มีด้วยกัน 2 ระบบด้วยกันนั่นก็คือระบบ Android ของระบบมือถืออย่าง Samsung  และอีกระบบก็คือ IOS ของ appleหรือ I-phone แต่ถ้ามีคนมาถามว่าระบบไหนดีกว่ากันมันก็คงเป็นเรื่องที่ตอบยากเนื่องจากทั้ง 2 ระบบมีการพัฒนาอยู่ตลอดเวลานั่นเอง  วันนี้เราจึงได้นำความแตกต่างงของทั้ง 2 ระบบมาให้ท่านผู้อ่านได้ทราบกัน

ios-vs-android

 

ก่อนอื่นเราเริ่มจากความแตกต่างของทางด้านประสิทธิภาพกันก่อนเลยโดย ” จอมพลัง ” เป็นฉายาของระบบ Android เนื่องจากสามารถทำการปรับแต่งให้เครื่องแรงขึ้นได้โดยการใช้แอพเสริมแถมยังมีการทำงานที่คล้ายกับคอมพิวเตอร์ซึ่งมีระบบการทำงานหลายๆอย่างพร้อมกันหรือ เรียกว่า Multi Tasking  ต่อมาก็จะเป็นเรื่องของระบบ IOS ได้รับฉายาว่า ” เทพแห่งความลื่นไหล”  สาเหตุก็เนื่องจากหากเราเปิดแอพต่างทิ้งไว้เป็นหลายสิบหน้าค้างไว้ระบบ IOS ก็จะมีหน่วยหรือความจำที่ช้าลงเลย

images

 

เป็นจุดเด่นของทั้งสองระบบมานำเสนอกันเริ่มจากระบบ Android เช่นเคยโดยจะมีจุดเด่นคือมีลูกเล่นเยอะมากจึงสามารถเปลี่ยนธีมปรับแต่งอย่างไม่มีจำกัดและสามารถปรับแต่งหน้าตาของเครื่องได้อย่างตามใจชอบจึงเหมาะสำหรับบุคคลที่ชอบโลกโซเชียว  ส่วนในจุดเด่นของระบบ IOS จะเน้นในความโดดเด่นด้านความบันเทิง  ซึ่งจะมีเกมส์และแอพต่างๆให้เราเลือกอย่างมากมาย  และแอพต่างๆเหล่านี้ก็สามารถใช้กับระบบ IOS ใหม่ๆได้เช่นกัน

เป็นการเปรียบเทียบกันระหว่างระบบIOSและAndroid